บทที่ 3 ใต้ผ้าห่ม

ไม่มีใครขยับอยู่ครู่หนึ่ง

เจ้าหน้าที่ถือถุงของกลางค้างไว้ นวลมองปุ่มเรียกข้างใน ก่อนหันไปทางห้องนอน

“มีเครื่องอย่างอื่นอยู่ไหมคะ”

ภูเมืองให้ตรวจหาต้นเสียง บันทึกเวลาและรายชื่อคนที่ได้ยิน เขาไม่ได้ขอให้ใครลองกดปุ่ม

เสียงไม่ดังอีก

ชัชมาถึงตอนเจ้าหน้าที่กำลังตรวจบริเวณหัวเตียง เขามองถุงในมือเพื่อนตำรวจ แล้วหยุดอยู่ตรงบันได

“ดาบ ไปคุยกับเด็กที่รับพัสดุให้หน่อย” ภูเมืองบอก

ลูกสาวสุรีย์ชื่อฝ้าย

เธอทำงานอยู่ต่างอำเภอ เพิ่งกลับมาเยี่ยมแม่เมื่อสัปดาห์ก่อน รูปสุดท้ายในโทรศัพท์เป็นภาพสุรีย์ยืนข้างต้นมะนาว ใบหน้าหงุดหงิดนิดหน่อยเพราะถูกลูกสั่งให้ยิ้ม

“แม่ไม่ชอบถ่ายรูปค่ะ”

ฝ้ายยื่นให้ภูเมืองดูแล้วดึงกลับมา ใช้นิ้วเช็ดหน้าจอทั้งที่ไม่มีอะไรเปื้อน

“ช่วงนี้คุณแม่มีเรื่องกังวลไหมครับ”

“บอกว่านอนไม่ค่อยหลับ หนูว่าจะพาไปหาหมอวันหยุด”

“เคยพูดถึงใครที่ทำให้กลัวไหม”

เธอส่ายหน้า ก่อนหยุดคิด

“แม่ถามว่าลาออกจากงานแล้ว คนที่ทำงานเก่ายังเรียกเราไปคุยได้ไหม”

ภูเมืองรอให้เธอพูดต่อ

“หนูถามว่ามีเรื่องอะไร แม่บอกแค่ว่าเขาอยากให้ช่วยจำเรื่องเก่า ๆ”

“เขาเป็นใครครับ”

“แม่ไม่บอกค่ะ”

ฝ้ายก้มหน้าลง

“หนูน่าจะถามอีกหน่อย”

“ตอนนั้นคุณยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นครับ”

เธอเม้มปาก น้ำตาหยดลงบนจอโทรศัพท์

ร่างสุรีย์มาถึงโรงพยาบาลหลังเที่ยงคืน

นวลเปลี่ยนชุดแล้วตรวจเอกสารรับส่งอีกครั้ง นนท์วางอุปกรณ์เข้าที่ ใบหน้าของเขาซีดกว่าปกติ

“ไหวไหมคะ”

“ไหวครับ”

“หมอได้ยินเหมือนผมใช่ไหม”

นวลรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร

“ได้ยินค่ะ”

“ผมกลัวจำผิด”

“จดสิ่งที่ได้ยินไว้ก่อนค่ะ อย่าเพิ่งเติมว่าเกิดจากอะไร”

เขาพยักหน้า หยิบสมุดเล่มเล็กออกมาเขียนสองบรรทัด

เมื่อเจ้าหน้าที่พร้อม ทุกคนจึงเริ่มงาน

หลังถอดสายรัดโดยเก็บสภาพและหลักฐานครบแล้ว รอยรอบข้อมือเห็นชัดขึ้น มีทั้งรอยกดและผิวถลอก บางตำแหน่งเล็บของสุรีย์จิกเข้ากับผิวตัวเอง

นวลให้บันทึกภาพเพิ่มเติม

ใต้ชายแขนเสื้อมีรอยช้ำอีกกลุ่มหนึ่ง ส่วนด้านหลังต้นแขนมีรอยที่ต้องตรวจประกอบกับชั้นเนื้อเยื่อ

เธอยังไม่ลงข้อสรุปว่าเกิดจากอะไร

สุรีย์ไม่ได้มีเพียงข้อมือที่ถูกยึดไว้ ใต้ผ้าห่มบริเวณปลายเตียงยังมีสายรัดข้อเท้า ข้างหนึ่งถูกดึงจนเอียง พื้นผิวด้านในติดคราบที่ต้องเก็บส่งตรวจ

นนท์ลดกล้องลงเล็กน้อย

“ตอนอยู่ข้างบน มองเหมือนแค่นอนห่มผ้าเลยครับ”

นวลมองรอยตรงข้อเท้า

“ค่ะ”

เธอขยับไปตรวจส่วนถัดไป ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกทำให้ข้ามสิ่งเล็ก ๆ บนร่าง

ที่บ้าน ชัชพบกล่องพัสดุในถังขยะหลังครัว

ไม่มีใบปะหน้าติดอยู่ เหลือเพียงเศษกระดาษขาวตามขอบเทป เขาแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เก็บตรวจ ก่อนกลับมาคุยกับเด็กสาวข้างบ้านอีกครั้ง

“คนที่เอากล่องมา ใส่ชุดบริษัทอะไร จำได้ไหม”

“ไม่ได้ใส่ชุดค่ะ เป็นเสื้อโปโลธรรมดา”

“มีเครื่องให้เซ็นรับไหม”

“ไม่มีค่ะ เขาถามว่าป้าสุรีย์อยู่หรือเปล่า หนูบอกว่ายังไม่กลับ เขาเลยฝากไว้”

“เขารู้ชื่อหนูไหม”

เด็กสาวเงยหน้ามอง

“รู้ค่ะ”

ชัชหยุดเขียน

“เขาเรียกชื่อหนูก่อนเลย บอกว่าเคยเห็นตอนมาหาป้าสุรีย์”

ชัชถามลักษณะรถและเส้นทางที่ชายคนนั้นเดินกลับไป แล้วให้ตำรวจช่วยตรวจกล้องบริเวณใกล้เคียง

ก่อนเดินออกมา เด็กสาวเรียกเขาไว้

“หนูนึกออกอีกอย่างค่ะ”

“ว่าไง”

“เขาบอกว่าไม่ต้องโทรถามป้า เดี๋ยวเสียเวลาพักผ่อน”

ภูเมืองพบธวัชที่หน้าห้องทำงาน

“ผมนึกชื่อที่ทำงานสุรีย์ออกแล้ว”

ธวัชเขียนลงบนกระดาษ ชื่อสถานดูแลเอกชนแห่งหนึ่ง ตามด้วยย่านที่ตั้ง

“ผมเคยไปตรวจศพที่นั่นตามงานครับ หลายปีแล้ว ต้องขอดูบันทึกเดิมก่อนถึงจะบอกรายละเอียดได้”

“สุรีย์อยู่ในเหตุการณ์ด้วยไหมครับ”

“เธอเป็นคนให้ข้อมูลบางส่วน”

ภูเมืองเก็บกระดาษ

“มีชื่อมาลินีเกี่ยวข้องไหมครับ”

ธวัชชะงัก

“ได้ชื่อมาจากไหน”

“ลูกสาวเปิดข้อความที่แม่ส่งให้ดูครับ สุรีย์ถามว่า ถ้าเคยทำผิดกับคนตาย จะขอโทษทันไหม แล้วพิมพ์ชื่อนี้ตามมา”

ธวัชมองหน้าภูเมือง

“ขอผมตรวจข้อมูลก่อน”

ภูเมืองพยักหน้า ไม่เร่งให้อาจารย์ตอบจากความจำ

ก่อนเขาเดินไป ธวัชถามเบา ๆ

“ตอนคุณเข้าไป เธอยังมีโอกาสได้รับความช่วยเหลือไหม”

ภูเมืองมองชายตรงหน้า

“ต้องรอผลตรวจครับ”

ธวัชก้มหน้ารับคำ

นวลออกจากห้องตรวจตอนเกือบตีสาม

ภูเมืองรออยู่กับน้ำเปล่าและข้าวกล่อง เขาเลื่อนเก้าอี้ให้ เธอทรุดนั่งแล้วหลับตาครู่หนึ่ง

“เป็นอย่างไรบ้างครับ”

“มีร่องรอยบาดเจ็บหลายตำแหน่งค่ะ ต้องรอผลตรวจเพิ่มเติมก่อนสรุปสาเหตุการตาย”

เธอเปิดกล่องข้าว แต่ยังไม่หยิบช้อน

“ใครสักคนจัดผ้าห่มให้เธอ หลังทำทั้งหมดนั่น”

ภูเมืองนั่งลงข้าง ๆ

“เหมือนอยากให้คนเข้ามาเห็นว่าเรียบร้อย”

“อาจเป็นอย่างนั้นค่ะ”

โทรศัพท์เขาดังขึ้น เป็นสายจากพนักงานสอบสวน ภูเมืองฟังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขอให้อีกฝ่ายทวนเวลา

นวลมองเขาวางสาย

“มีอะไรคะ”

“ฝ้ายเพิ่งบอกเพิ่มครับ มีคนโทรหาเธอตอนสองทุ่มกว่า บอกว่าคุณแม่ไม่สบาย กินยาแล้วนอน ขออย่าเพิ่งโทรรบกวน”

นวลวางฝาช้อนลง

“ใครโทรคะ”

“คนที่เคยเป็นหัวหน้าสุรีย์ครับ เธอมีเบอร์เขาอยู่แล้ว”

“เขาอยู่กับสุรีย์หรือ”

“เขาบอกว่าแวะไปดูอาการ”

ทั้งคู่เงียบ

ภูเมืองหยิบสมุดขึ้นมาเปิดดูเวลาจากข้อความเสียง

สายนั้นโทรหาฝ้ายหลังจากสุรีย์ขอความช่วยเหลือจากธวัชเพียงสิบเอ็ดนาที

“เขาบอกลูกสาวว่าไม่ต้องห่วง” ภูเมืองพูด

นวลมองข้าวตรงหน้า ความหิวหายไปแล้ว

ใครบางคนมีเวลาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พูดกับลูกของเธออย่างใจเย็น และทำให้เด็กคนนั้นเชื่อว่าแม่กำลังพักผ่อน

ขณะที่แม่อาจยังได้ยินอยู่ทุกคำ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป